บทเรียนของผู้ชนะที่แปลงเป็นผู้แพ้ในศึกบิ๊กแมตช์mma

Jimmie Mitchelle

ภายหลังจากจบศึกบิ๊กแมตช์ไปหมาดๆระหว่างการประจันหน้ากันของ คอเนอร์ แม็คเกรเกอร์

นักต่อยสุดเหี้ยนแม้กระนั้นความสามารถเก่งฉกาจฉกรรจ์ ของแวดวงmma กับ คาบิบ นูร์มาโกเมดอฟ ที่มีความสามารถการจับล็อคแกร่ง ดีกรีแชมป์
ซึ่งตอนท้ายข่าวสารที่ดังมากกว่าผลของการต่อยซึ่งก็คือเหตการณ์ต่อสู้ที่มีเกิดขึ้นในสนามข้างหลังเกมการแข่งขัน ซึ่งมีการเข้าปะทะกันทั้งทีมงานคนดูแลของนักสู้ แล้วก็บรรดาเพื่อนฝูงนักสู้คนอื่นรวมทั้งตัวนักสู้เองที่ร่วมวงกันทั้งสองฝ่าย
ถ้านี่เป็นกีฬาชกมวยปลุกปล้ำสายโชว์แน่ๆว่าเรื่องราวของการวิวาททั้งยังในแล้วก็นอกสนาม จะเป็นสีสันให้กำเนิดความเพลิดเพลินความมันส์ต่อผู้ชม ถ้าว่า mmaไม่ใช่ ซึ่งผลพวงที่เกิดขึ้นนั้นตามมาได้อีกทั้งผลทางคดี แล้วก็โทษแบนรวมทั้งค่าเสียหายค่าชดเชยอีกเพียบเลย
แม้ว่าจะเป็นที่รู้ดีว่า ทั้งยัง แมคเกรเกอร์รวมทั้งคาบิบ นั้นมีปัญหาร้ายแรงต่อกันโดยตลอดก่อนเกมการต่อยจะมีขึ้น รวมทั้งยังทวีความแย่ลงกว่าเดิมร้ายแรงถึงกับขนาดมีการดักรังควาน แม้กระนั้นคนใดกันแน่เลยจะคาดหมายว่าจะมีเหตบานปลายร้ายแรงเกิดขึ้นได้คราวหลังเกมการต่อย
เนื่องจากโดยทั่วไปแล้วการผลิตวิวาทะหรือหาเงื่อนชนวนการขัดกันให้มีเกิดขึ้นก่อนจะมีการเปิดศึกนั้น นับว่าเป็นแนวทางพื้นๆที่ใช้กันมานานมากโบราณ รวมทั้งยังถูกใช้ในแวดวงต่อสู้อื่นๆอีกทั้ง มวยสากลหรือที่ใช้กันอย่างมากเกินไปที่ได้รับความนิยมมากมายๆก็คือมวยปล้ำ เพื่อกำเนิดความมีซีรีย์เรื่องราว อันจะสามารถเพิ่มความพึงพอใจติดตามมองของผู้ชมได้มากขึ้น มีผลถึงยอดจำหน่ายบัตรรวมทั้งยอดเปเปอร์ทิวทัศน์ อย่างล้นหลาม แต่ก็ตามหลายต่อหลายเกมที่มีเรื่องมีราวราวทำนองนี้ ชอบลงเอยด้วยการประสานมือกันหรือเปล่าได้มีความแค้นฝังลึกอะไรต่อกันอย่างแท้จริง เหมือนต่างรู้กันว่ามันเป็นแนวทางเชิงการตลาด
แต่ว่าเมื่อเคล็ดวิธีนี้ถูกประยุกต์ใช้ด้วยโดย แมคเกรเกอร์ มันก็ถูกใช้ออกอย่างออกจะสั้นแล้วก็แอบแฝงความชั่วช้าแบบไม่มีขอบเขต กระทบล้ำเส้นไปถึงหลายหัวข้อที่ไม่สมควรถูกนำเอามาใช้ มีการเล่นแรงหรือแอบแฝงความรู้สึกว่ามีการเหยียดหยามกันอย่างเป็นจริงเป็นจัง เกิดขึ้นจริงๆมันไม่ใช่การเสแสร้งทำเป็นดี!!!
คาบิบ นูร์มาโกเมดอฟ ภายหลังจากนำพาความเก็บกดโกรธแค้นฝังแน่นเอาไว้มากไม่น้อยเลยทีเดียว ทั้งยังโดนเสียงดูหมิ่นเหยียดหยามจากข้างเวทีกันแบบใหม่ๆระหว่างการต่อสู้ ผลที่เกิดเป็นความบากบั่นจะหักฟันกราม ของแมคเกรเกอร์ที่เสียทีให้อยู่นั้น หมายเอาถึงกับขนาดให้ทุพพลภาพเสียมวยไม่บางทีอาจขึ้นสังเวียนได้อีกอย่างยิ่งจริงๆ แต่ว่าแมคเกรเกอร์ยังโชคดีที่ผู้ตัดสินยังมายุตำหนิสกัดเอาไว้ได้ ซึ่งคาบิบเองก็ไม่ยินยอมใช้เวลากับการแสดงอาการดีอกดีใจจากผลของความมีชัยอะไร กลับรีบตะกายออกนอกกรงไป มีเรื่องมีราวต่อนอกเวทีโดยทันที รวมทั้งทำให้ทั้งยังนอกเวทีแล้วก็ในเวทีกำเนิดคู่มวยผิดกติกา นอกกฏข้อตกลงแล้วก็กฏหมายกันหลายคู่
ผลปรากฏว่าเป็น หากแม้คาบิบจะเป็นผู้ชนะ แม้กระนั้นยังมิได้รับค่าตอบแทนอะไร รวมทั้งไม่บางทีอาจฟ้องศาลได้เนื่องจากว่าถูกอายัดโดยกฏหมายที่เมือง ทุ่มเทฝึกมาอย่างมากต่อสู้มาล้นหลาม ผลที่เกิดเป็นเกือบจะเสียเปล่ารวมทั้งยังจะถูกแบนการต่อยอีกเป็นปี หรืออาจจะส่งผลให้ถูกปลดจากแชมป์ได้อีกด้วย แค่นี้ไม่พอจำเป็นจะต้องรับผลจากค่าเสียหาย แล้วก็ค่าปรับต่างๆหากแม้ทางข้างแมคเกเกอร์จะไม่เอาความก็ตาม แต่ว่าบาบิบสร้างผลเสียต่อหลายส่วน
ทำให้ในที่สุดแมคเกรเกอร์ได้ กล่าวไว้อย่างเจ็บแสบว่า “พวกเราบางทีอาจแพ้ศึกแม้กระนั้นพวกเราชนะสงคราม”

Next Post

ตู้ปันสุขเหมาะสมกับสังคมไทยใช่หรือ

นับเป็นเวลาหลายวันมานี้ได้มองเห็นสถานะการณ์หนึ่งตา […]

Subscribe US Now